PayPal (เพย์พาล) คืออะไร

PayPal เป็นระบบรับหรือโอนเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในระดับโลก ถือเป็นตัวกลางรับส่งเงินที่ใหญ่ที่สุด หากเปรียบก็คือกระเป๋าเงินออนไลน์ ที่ทำหน้าที่รับฝากหรือจ่ายเงินให้กับผู้ใช้ทั่วโลกได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย ครอบคลุมผู้ใช้งานทั้งบุคคลทั่วไป ร้านค้าออนไลน์ และธุรกิจหลากหลายขนาด

  • PayPal ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 มีชื่อเดิมคือ Confinity และเปลี่ยนเป็น PayPal ในปี 2000 โดยผู้ก่อตั้งคือ Max Levchin, Peter Thiel, Luke Nosek และ Ken Howery ที่ซิลิคอนวัลเลย์ สหรัฐอเมริกา
  • ในช่วงแรก PayPal เติบโตอย่างรวดเร็วจากการทำธุรกรรมบน eBay จนในปี 2002 eBay ได้เข้าซื้อกิจการของ PayPal ทำให้บริษัทมีจุดยืนในฐานะผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์ชั้นนำ หลังจากนั้น PayPal ได้ขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมโซลูชันการชำระเงินออนไลน์และบนมือถือ จนกลายเป็นบริษัทชำระเงินยักษ์ใหญ่และได้รับการยอมรับมากที่สุดในโลก
  • จุดเด่นที่ทำให้นิยมใช้ เช่น รองรับการใช้งานในหลายประเทศ, มีความปลอดภัยสูง, มีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย เป็นต้น

ที่ผ่านมา PayPal มีการเติบโตและสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนผู้ใช้กว่า 426 ล้านคน รองรับ 25 สกุลเงิน เปิดให้บริการในกว่า 200 ประเทศทั่วโลก มูลค่าตลาดสูงถึง 1.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา และได้รับรางวัลและการยกย่องจากหลายสถาบัน โดยเฉพาะในด้านการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านความปลอดภัย การบริการลูกค้า และได้รับการยอมรับว่าเป็นนายจ้างที่ดีอันดับต้นๆ ในหลายประเทศ

  • ธุรกิจมีรายได้หลักจากการเก็บค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม อยู่ที่ 3.9-4.4% บวกค่าธรรมเนียมคงที่ตามสกุลเงิน
  • โมเดลธุรกิจของ PayPal เป็นแบบ Two-sided market มีกลุ่มลูกค้าหลัก 2 กลุ่ม คือ ผู้ขาย/ธุรกิจ และผู้บริโภค
  • โซลูชั่นครอบคลุมตั้งแต่ PayPal Checkout, PayPal Business Payments, PayPal Invoicing และ PayPal Here เป็นต้น
  • มาตรการด้านความปลอดภัย ได้แก่ นโยบายคุ้มครองผู้ซื้อผู้ขาย, การเข้ารหัสข้อมูล และการตรวจสอบการทุจริต 

ในประเทศไทย PayPal เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งอาจทำให้มีการเปลี่ยนแปลงบางประการ แต่ก็มีข้อดีคือ การรับชำระเงินผ่านบัตรเครดิต/บัตรเดบิต และพร้อมเพย์ภายในประเทศจะสะดวกขึ้น

วิสัยทัศน์ของ PayPal คือ การทำให้บริการทางการเงินเป็นประชาธิปไตยเพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการที่ราคาไม่แพง สะดวก และปลอดภัย ดังนั้น PayPal จึงพยายามสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทุกคนและให้ความสำคัญในด้านความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น การเพิ่มศักยภาพให้ธุรกิจขนาดเล็ก, การสนับสนุนสตรีผู้ประกอบการ, การบริจาคให้มูลนิธิและองค์กรการกุศล และการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน เป็นต้น 

โดยสรุปแล้ว PayPal ถือเป็นผู้นำระบบการชำระเงินออนไลน์ระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูง มีนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ และยังมีบทบาทในการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับทุกคนในสังคม จึงไม่แปลกที่ PayPal จะได้รับความนิยมและเป็นที่ยอมรับจากผู้ใช้งานทั่วโลก

PayPal (เพย์พาล) มีประโยชน์ยังไง น่าเชื่อถือแค่ไหน ทำไมคนทั่วโลกใช้?

PayPal เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลก เนื่องจากมีความน่าเชื่อถือสูงและให้บริการที่ครอบคลุมหลากหลายประเทศ PayPal ก่อตั้งขึ้นในปี 1998 และได้เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นระบบการชำระเงินออนไลน์ชั้นนำของโลก

ความน่าเชื่อถือของ PayPal มาจากหลายปัจจัย ได้แก่

  • เปิดให้บริการมานานกว่า 20 ปี ครอบคลุม 200 ประเทศทั่วโลก และมีผู้ใช้งานมากกว่า 400 ล้านราย
  • เป็นบริษัทที่มีฐานะการเงินมั่นคง จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง ใช้เทคโนโลยีการเข้ารหัสที่ทันสมัย
  • มีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขายกรณีเกิดข้อพิพาท

ประโยชน์สำคัญของ PayPal ที่ทำให้ได้รับความนิยม

  • ชำระเงินได้สะดวกรวดเร็ว ผ่านการผูกบัญชีธนาคาร บัตรเครดิตหรือเดบิต
  • รองรับการทำธุรกรรมด้วยสกุลเงินหลากหลาย ทั้งในและต่างประเทศ
  • ปลอดภัยกว่าการกรอกข้อมูลบัญชีหรือบัตรเครดิตโดยตรง

นอกจากนี้ PayPal ยังได้ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่างๆ เพื่อเสนอตัวเลือกการชำระเงินที่คุ้นเคยและน่าเชื่อถือ ส่งผลให้ทั้งผู้ซื้อและผู้ขายมีความมั่นใจในการใช้งานเพิ่มขึ้น

จากความสะดวก ปลอดภัย และนโยบายคุ้มครองผู้ใช้งาน ทำให้ PayPal กลายเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก

PayPal ใช้ยังไง ใช้กับอะไรได้บ้าง

PayPal เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ยอดนิยม ที่ช่วยให้ผู้ใช้โอนเงิน รับเงิน หรือทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างสะดวกและปลอดภัย การเริ่มต้นใช้งาน PayPal ผู้ใช้จำเป็นต้องสร้างบัญชีและกรอกข้อมูลส่วนตัว จากนั้นจึงสามารถผูกบัญชีกับบัญชีธนาคารหรือบัตรเครดิต/เดบิต เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมต่างๆ

ฟังก์ชันการใช้งานหลักของ PayPal ได้แก่ การโอนเงินโดยระบุอีเมล/เบอร์โทรผู้รับ, การรับเงินด้วยการแจ้งอีเมลหรือลิงก์ PayPal, และการซื้อของออนไลน์โดยใช้เป็นวิธีชำระเงินกับร้านค้า นอกจากนี้ PayPal ยังให้บริการอื่นๆ เช่น

  • โอนเงินระหว่างประเทศ รองรับประเทศมากกว่า 200 ประเทศ
  • เครื่องมือและโซลูชันสำหรับทำธุรกิจ เช่น การออกใบแจ้งหนี้
  • การจ่ายบิลประเภทต่างๆ เช่น ค่าเช่า ค่าสาธารณูปโภค
  • การโอนเงินแบบ P2P ผ่าน PayPal.me
  • การระดมทุนและบริจาคเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆ

ด้วยความสะดวกสบาย ปลอดภัย และมีฟังก์ชันที่หลากหลาย ทำให้ PayPal เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้งานทั่วโลก นับเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับการทำธุรกรรมการเงินในยุคดิจิทัล PayPal ถือเป็นโซลูชันการชำระเงินออนไลน์ที่ครอบคลุมและตอบโจทย์ความต้องการของทั้งบุคคลและองค์กรธุรกิจได้เป็นอย่างดี

วิธีสมัคร จ่ายเงินด้วย PayPal อย่างละเอียด

PayPal เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ชั้นนำที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถส่งและรับเงินได้อย่างปลอดภัยและสะดวก ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้งออนไลน์ ทำงานอิสระ หรือการดำเนินธุรกิจแบบอีคอมเมิร์ซ โดย PayPal จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการโอนเงินอย่างปลอดภัยทั้งต่อผู้ส่งและผู้รับ

ขั้นตอนการสมัครใช้งาน PayPal และการยืนยันตัวตน ประกอบด้วย

  • เข้าเว็บไซต์ PayPal และคลิกสมัครสมาชิก
  • เลือกประเภทบัญชีบุคคล และกรอกข้อมูลส่วนตัว
  • ยืนยันตัวตนผ่านแอปธนาคารแบบ NDID 
  • เชื่อมต่อบัตรเครดิตหรือบัญชีธนาคารเข้ากับบัญชี PayPal

การโอนเงินผ่าน PayPal สามารถทำได้โดย

  • ไปที่แถบ “ชำระเงินและเรียกเก็บเงิน” เลือก “ชำระเงิน”
  • ใส่อีเมลปลายทาง และจำนวนเงินที่ต้องการโอน
  • เลือกประเภทการโอนเป็น “สำหรับสินค้าและบริการ” เพื่อได้รับการคุ้มครองตามนโยบายของ PayPal

โดยสรุปแล้ว PayPal เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับการชำระเงินแบบออนไลน์ที่ปลอดภัย สะดวก และมีความหลากหลายสำหรับบุคคลและด้านธุรกิจ สามารถทำธุรกรรมต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว และขั้นตอนในการสมัครใช้งานยังง่ายและไม่ซับซ้อน ใช้เวลาเพียงแค่ 5-10 นาทีก็สามารถเปิดใช้งานบัญชี PayPal ได้ทันที

จ่ายเงินด้วย PayPal ทำยังไง

PayPal คือบริการการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทั่วโลก เป็นรูปแบบหนึ่งของการโอนเงินที่ทันสมัยและปลอดภัย ช่วยให้ผู้ใช้สามารถโอนเงินไปยังผู้อื่นหรือชำระเงินสำหรับสินค้าและบริการต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย โดยตัวของ PayPal จะไม่เก็บค่าธรรมเนียมในการซื้อสินค้าหรือการโอนเงิน แต่จะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในกรณีที่มีการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน

โดยก่อนจะเริ่มใช้ PayPal ในการชำระเงินหรือโอนเงิน จะต้องทำการเชื่อมโยงบัตรเครดิต/เดบิตหรือบัญชีธนาคารเข้ากับบัญชี PayPal ให้เรียบร้อยก่อน

การโอนเงิน/จ่ายเงินผ่าน PayPal สามารถทำได้ดังนี้

  • ไปที่แถบ “ชำระเงินและเรียกเก็บเงิน” แล้วเลือก “ชำระเงิน”
  • ใส่ข้อมูลผู้รับปลายทาง จากนั้นคลิก “ถัดไป”
  • ระบุจำนวนเงินที่ต้องการโอน แล้วคลิก “ถัดไป”
  • เลือกประเภทการชำระเงิน เช่น “สำหรับสินค้าและบริการ” เพื่อให้ได้รับความคุ้มครองจาก PayPal

PayPal เป็นทางเลือกการชำระเงินออนไลน์ที่สะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย สามารถโอนเงินให้เพื่อนหรือซื้อสินค้าออนไลน์ได้ง่ายโดยใช้แค่เบอร์โทรศัพท์มือถือหรืออีเมลปลายทาง ไม่เสียค่าธรรมเนียม และมีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อหากเกิดปัญหา จึงเป็นช่องทางที่น่าสนใจสำหรับการซื้อขายออนไลน์

 

PayPal โอนเข้าธนาคารไทยได้ไหม : วิธีรับเงินด้วย PayPal แล้วถอนเข้าธนาคารเป็นเงินบาท

การรับเงินผ่าน PayPal มีอยู่ 3 วิธี คือ 

  • การเรียกเก็บเงินโดยใส่ชื่อผู้ใช้, เบอร์โทรศัพท์หรืออีเมล
  • การสร้างใบแจ้งหนี้เพื่อเรียกเก็บเงินจากลูกค้า
  • การสร้างลิงก์ PayPal.Me เพื่อแชร์ให้ลูกค้า

เมื่อลูกค้าชำระเงินแล้ว ยอดเงินจะปรากฏในบัญชี PayPal ซึ่งผู้ใช้สามารถโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารที่ผูกไว้หรือใช้ในการซื้อสินค้าได้ แต่ก่อนการโอนเงิน เราจะต้องผูกบัญชีธนาคารไทยเข้ากับบัญชี PayPal ก่อน โดย PayPal จะโอนเงินจำนวนเล็กน้อยเข้าบัญชีเพื่อให้เรานำมาใช้ยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี

หลังจากผูกบัญชีแล้ว ผู้ใช้สามารถถอนเงินจาก PayPal เข้าบัญชีธนาคารได้โดยตรง โดยมีค่าธรรมเนียมคงที่ 50 บาท หากยอดถอนน้อยกว่า 5,000 บาท และจะเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าธรรมเนียมที่ถูกคิด ระยะเวลาในการถอนโดยทั่วไปใช้ 5-7 วันทำการ 

นอกจากนี้ ยังมีข้อที่ควรระวังอื่นๆ เช่น

  • มีขั้นต่ำในการถอน 360 บาท 
  • สามารถถอนได้เฉพาะสกุลเงินท้องถิ่นที่เปิดบัญชี PayPal เท่านั้น
  • ไม่สามารถยกเลิกคำขอถอนได้ เมื่อส่งคำขอแล้ว
  • ชื่อบัญชี PayPal กับชื่อบัญชีธนาคารต้องเป็นชื่อเดียวกัน นอกจากนี้ บางธนาคารอาจมีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม

อัตราค่าธรรมเนียม PayPal เวลาซื้อของ ชาร์จกี่เปอร์เซ็นต์ ส่งเงินให้เพื่อนต้องเสียด้วยไหม

PayPal เป็นแพลตฟอร์มโอนเงินออนไลน์ที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย สำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์ PayPal จะไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมโดยตรงจากผู้ซื้อ แต่อาจมีค่าธรรมเนียมแฝงในราคาสินค้าที่ร้านค้าปรับเพิ่มเพื่อชดเชยค่าธรรมเนียมที่ PayPal เรียกเก็บจากผู้ขายซึ่งอยู่ที่ประมาณ 3.90% – 4.40% ซึ่งบางร้านค้าอาจบวกรวมค่าธรรมเนียมเหล่านี้ไปในราคาสินค้า ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้น

ในกรณีของการส่งเงินให้เพื่อนผ่าน PayPal นั้น ผู้ส่งเงินจะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่ผู้รับเงินจะต้องเสียค่าธรรมเนียม โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • ภายในประเทศ : ค่าธรรมเนียม 3.9% + ค่าธรรมเนียมคงที่ 11 บาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าธรรมเนียม
  • ระหว่างประเทศ : ค่าธรรมเนียม 4.4% + ค่าธรรมเนียมคงที่ 11 บาท พร้อมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าธรรมเนียม

จากรายละเอียดข้างต้น จะเห็นได้ว่าการใช้งาน PayPal ในการซื้อสินค้าไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมสำหรับผู้ซื้อ แต่อาจมีค่าใช้จ่ายแฝงในบางกรณี ในขณะที่การโอนเงินให้เพื่อนหรือผู้อื่นนั้น แม้ผู้โอนจะไม่เสียค่าธรรมเนียม แต่ผู้รับจะถูกหักค่าธรรมเนียมตามอัตราที่ PayPal กำหนด ซึ่งแตกต่างกันโดยขึ้นอยู่กับว่าเป็นการโอนภายในหรือระหว่างประเทศ

การใช้งาน PayPal สำหรับธุรกิจร้านค้า

PayPal เป็นแพลตฟอร์มการชำระเงินออนไลน์ที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับธุรกิจและร้านค้า เนื่องจากมีเครื่องมือและฟีเจอร์ที่ช่วยให้การทำธุรกิจง่ายและปลอดภัยขึ้น เช่น ระบบการชำระเงินที่มั่นคงปลอดภัย นโยบายคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย รวมถึงฟังก์ชันสำหรับรับชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น PayPal Checkout, การสร้างลิงก์/ปุ่มชำระเงิน หรือแม้แต่รับชำระแบบค่าสมาชิก

สำหรับขั้นตอนการเปิดบัญชีธุรกิจนั้น จำเป็นต้องมีเอกสาร เช่น เลขทะเบียนพาณิชย์, หลักฐานการจดทะเบียนธุรกิจ, หลักฐานที่ตั้งธุรกิจ เป็นต้น จากนั้นก็สามารถทำการเปิดบัญชีผ่านเว็บไซต์ของ PayPal ได้ โดยระบุประเภทเป็นบัญชีธุรกิจ แต่อย่างไรก็ตาม การใช้งาน PayPal มีค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูง

  • ค่าธรรมเนียมสำหรับผู้ค้าอยู่ที่ 3.9% – 4.4% บวกค่าธรรมเนียมคงที่
  • มีค่าธรรมเนียมการแปลงสกุลเงิน
  • ค่าธรรมเนียมการถอนเงิน 50 บาท (ถ้าถอนน้อยกว่า 5,000 บาท)
  • มีภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% จากค่าธรรมเนียม

ข้อดีของการใช้ PayPal คือชื่อเสียงที่ได้รับความเชื่อถือ ระบบที่มีความปลอดภัยสูง รองรับการชำระเงินหลายรูปแบบ และมีฝ่ายสนับสนุนลูกค้าภาษาไทย ในขณะที่ข้อเสียคือ ต้องมีการจดทะเบียนธุรกิจ ค่าธรรมเนียมที่ค่อนข้างสูงกว่าบริการอื่น และมีข้อจำกัดในการถอนเงิน

วิธีเพิ่มความปลอดภัยในบัญชี PayPal ของคุณด้วยการยืนยันตัวตนสองขั้นตอน

การยืนยันสองขั้นตอน (Two-Factor Authentication) เป็นมาตรการเพิ่มความปลอดภัยสำหรับบัญชี PayPal โดยเพิ่มขั้นตอนการยืนยันตัวตนเมื่อมีการทำธุรกรรมที่มีความเสี่ยง นอกเหนือจากการใส่รหัสผ่านธรรมดา ผู้ใช้จะต้องใช้รหัสยืนยันจากแอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อยืนยันว่าเป็นเจ้าของบัญชีตัวจริง

เพื่อเปิดใช้งานการยืนยันสองขั้นตอน ให้ไปที่การตั้งค่าบัญชี > ข้อมูลความปลอดภัย > การยืนยันแบบ 2 ขั้นตอน จากนั้นเลือกวิธีการยืนยันโดยใช้แอปพลิเคชัน เช่น Google Authenticator หรือ Microsoft Authenticator สแกนรหัส QR หรือใส่รหัสคีย์ลับ จากนั้นใส่รหัสยืนยันจากแอปเพื่อเสร็จสิ้นการตั้งค่า

ประโยชน์ของการใช้การยืนยันสองขั้นตอนมีดังนี้

  • ช่วยป้องกันการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต เนื่องจากจำเป็นต้องใช้รหัสยืนยันจากแอปพลิเคชันนอกเหนือจากรหัสผ่าน
  • เพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง
  • เพิ่มระดับความปลอดภัยของบัญชี ลดความเสี่ยงจากการถูกหลอกลวงหรือแอบอ้างเป็นเจ้าของบัญชี

การยืนยันสองขั้นตอนกับบัญชี PayPal จึงเป็นวิธีการเพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือให้กับบัญชี PayPal ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยสร้างความมั่นใจและป้องกันความเสี่ยงจากการถูกเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

วิธียืนยันตัวตน PayPal ฉบับ 2024

PayPal ประเทศไทยมีการปรับนโยบายให้ผู้ใช้ต้องยืนยันตัวตนผ่านระบบ National Digital ID (NDID) ซึ่งเป็นระบบดิจิทัลรูปแบบใหม่ที่ใช้ข้อมูลที่ถูกต้องและปลอดภัยจากหน่วยงานที่เชื่อถือได้ในประเทศ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชี ป้องกันการแอบอ้างจากบุคคลอื่นหรือการเข้าถึงบัญชีโดยไม่ได้รับอนุญาต

ก่อนเริ่มยืนยันตัวตน ผู้ใช้จะต้องเคยมีการยืนยันตัวตนกับธนาคาร และได้ลงทะเบียน NDID ผ่านแอปธนาคารแล้ว โดยผู้ใช้จะต้องยืนยันตัวตนก่อน จึงจะสามารถใช้งานบัญชี PayPal ได้ ซึ่งมีขั้นตอนดังนี้

  • หลังสมัครบัญชี PayPal ให้คลิกแถบแจ้งเตือนสีแดงบนหน้าบัญชีเพื่อเริ่มยืนยันตัวตน
  • อ่านรายละเอียด และคลิกยอมรับ จากนั้นเลือกแอปธนาคารที่ใช้สำหรับยืนยัน
  • ธนาคารจะแจ้งให้ยืนยันตัวตนผ่าน NDID เมื่อทำตามขั้นตอนเรียบร้อย ธนาคารจะส่งข้อมูลไปให้ PayPal
  • รอการตรวจสอบจาก PayPal ประมาณ 2-3 วัน 

เมื่อได้รับอีเมลจาก PayPal แจ้งว่าผ่านการยืนยัน แสดงว่าบัญชีของเราพร้อมที่จะใช้งานแล้ว ขั้นตอนการยืนยันตัวตน PayPal แบบใหม่อาจจะค่อนข้างซับซ้อนกว่าเดิม แต่ก็เป็นมาตรการเพิ่มความปลอดภัย ทำให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้บัญชีมีตัวตนจริง และเป็นการรักษาความปลอดภัยของระบบ PayPal ในประเทศไทย

10 วิธี หาเงินเข้า PayPal แบบไม่ต้องซื้อ

บทความนี้ได้รวบรวมช่องทางการหารายได้เสริมเข้ากระเป๋า PayPal ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการมีรายได้เพิ่มเติมจากงานประจำ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนมากนัก แต่อาจต้องใช้ความพยายามและความอดทนเพิ่มมากขึ้น ซึ่งหลายวิธีเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการทำงานแบบอิสระและยืดหยุ่น เช่น งานฟรีแลนซ์ออนไลน์บนแพลตฟอร์มต่างๆ การตอบแบบสำรวจ งานทดสอบเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน การเล่นเกมแลกเงิน และการไลฟ์สตรีมเกมบนเฟซบุ๊ก 

นอกจากนี้ยังมีวิธีที่เหมาะกับผู้มีความสามารถหรือความถนัดเฉพาะด้าน เช่น การขายรูปภาพบนเว็บไซต์สต็อกภาพ การเขียนบล็อกและสร้างคอนเทนต์บนยูทูป การครีเอทเนื้อหาดิจิทัลต่างๆ เช่น E-Book หรือคอร์สออนไลน์

สำหรับผู้ที่มีความสนใจด้านธุรกิจ ก็มีวิธีที่น่าสนใจอย่างการทำธุรกิจ Dropshipping ที่ไม่ต้องสต็อกสินค้า และการเป็นนายหน้าขายสินค้าออนไลน์หรือ Affiliate ที่สามารถทำได้ทุกที่ทุกเวลา

บทความนี้เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหาช่องทางสร้างรายได้เสริมแบบไม่ต้องการความเสี่ยงให้เลือกตามความถนัดและสนใจของแต่ละคน แต่ทุกวิธีมีจุดร่วมเหมือนกัน คือสามารถรับเงินผ่านบัญชี PayPal ได้โดยตรงนั่นเอง

ความแตกต่างระหว่าง PayPal Personal Account และ Business Account 

บทความนี้ได้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างบัญชี PayPal บัญชีบุคคล (Personal Account) และบัญชีสำหรับธุรกิจ (Business Account) ซึ่งมีรายละเอียดที่สำคัญดังนี้

บัญชีประเภทบุคคล (Personal Account) เหมาะสำหรับการใช้งานส่วนตัว เช่น ซื้อสินค้าออนไลน์ รับเงินจากเพื่อนหรือครอบครัว โดยมีคุณสมบัติ คือ

  • การเปิดบัญชีทำได้ง่ายและรวดเร็ว
  • ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยสูง
  • มีข้อจำกัดด้านวงเงินทำธุรกรรม ไม่สามารถขายสินค้าเชิงพาณิชย์ได้และมีโอกาสที่บัญชีจะถูกระงับสูงหากถูกตรวจพบกิจกรรมเชิงพาณิชย์

บัญชีประเภทธุรกิจ (Business Account) มุ่งเน้นสำหรับการใช้งานจากผู้ประกอบการและร้านค้าออนไลน์ โดยมีคุณสมบัติ คือ

  • รองรับการทำธุรกรรมและรับเงินจากลูกค้าได้อย่างไม่จำกัด
  • สามารถผูกบัญชีกับเว็บไซต์หรือร้านค้าออนไลน์ได้
  • มีเครื่องมือและฟีเจอร์สำหรับจัดการคำสั่งซื้อและการจัดส่ง
  • มีขั้นตอนการยืนยันตัวตนที่ซับซ้อนกว่า และจำเป็นต้องมีการจดทะเบียนธุรกิจ ซึ่งอาจทำให้เกิดความยุ่งยากด้านเอกสารเพิ่มขึ้น

สำหรับอัตราค่าธรรมเนียมการรับเงิน ไม่มีความแตกต่างกันระหว่างบัญชีทั้งสองประเภท โดยคิดอยู่ที่ 3.9-4.4% บวกค่าธรรมเนียมคงที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน ขั้นต่ำในการถอนเงิน และภาษีมูลค่าเพิ่ม ดังนั้นผู้ใช้งานสามารถเลือกประเภทบัญชีให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานได้ด้วยตนเอง

เทคนิคการโอนเงินระหว่างประเทศด้วย PayPal ให้ถูกลง

PayPal เป็นบริการชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ แต่การโอนเงินระหว่างประเทศอาจมีค่าธรรมเนียมและอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงเกินความจำเป็น หากไม่ได้ใช้เทคนิคที่ถูกต้อง บทความนี้จึงนำเสนอเทคนิคต่างๆ ที่สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการโอนเงินระหว่างประเทศด้วย PayPal ได้แก่ 

  • สร้างบัญชี PayPal ด้วยสกุลเงินเดียวกับประเทศที่อยู่ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียมแลกเปลี่ยนสกุลเงิน
  • หลีกเลี่ยงการโอนเงินผ่านบัตรเครดิต/เดบิต เนื่องจากมีค่าธรรมเนียมสูง
  • หากมีบัญชี PayPal มากกว่าหนึ่งบัญชี ให้โอนเงินระหว่างบัญชี PayPal ที่ใช้สกุลเงินเดียวกัน เพื่อที่จะได้ไม่เสียค่าธรรมเนียมอัตราแลกเปลี่ยน
  • เปิดบัญชี PayPal ในประเทศที่สกุลเงินมีอัตราแลกเปลี่ยนดีกว่า เพื่อใช้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีกว่า
  • รอจังหวะอัตราแลกเปลี่ยนที่ดีหากไม่เร่งด่วน เพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย
  • โอนเงินครั้งละจำนวนมาก เพื่อลดค่าธรรมเนียมการโอน

เทคนิคต่างๆ เหล่านี้ จะช่วยให้การโอนเงินระหว่างประเทศด้วย PayPal ของเรามีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือมีความจำเป็นในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศอยู่บ่อยครั้ง 

ฟังก์ชันและเครื่องมือที่โดดเด่นของ PayPal Business Account

PayPal Business Account เป็นบัญชีที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการและเจ้าของธุรกิจ โดยมีฟีเจอร์และเครื่องมือที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจออนไลน์ให้มีประสิทธิภาพและความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น

หนึ่งในฟังก์ชันหลักคือ การบริหารจัดการบัญชีขาย ที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถติดตามและควบคุมการเคลื่อนไหวของบัญชีได้อย่างละเอียด รวมถึงแยกประเภทรายรับจากการขายสินค้าหรือบริการต่างๆ ได้อย่างชัดเจน และสามารถโอนเงินระหว่างบัญชี PayPal หรือบัญชีธนาคารอื่นๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว

นอกเหนือจากนี้ PayPal Business Account ยังมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก ได้แก่

  • การออกใบเสร็จรับเงินและใบแจ้งหนี้ออนไลน์ โดยสามารถปรับแต่งรูปแบบได้ตามต้องการ
  • การรับชำระเงินด้วย PayPal Checkout ที่รองรับหลากหลายสกุลเงิน มีความปลอดภัยและรวดเร็ว
  • ฟีเจอร์การบอกรับสมาชิกเพื่อสร้างรายได้ประจำ โดยระบบจะเรียกเก็บค่าสมาชิกอัตโนมัติตามช่วงเวลาที่กำหนด
  • การตั้งค่าราคา ค่าจัดส่ง และภาษีได้อย่างละเอียด รวมถึงสร้างรายงานสรุปภาษีสำหรับการจัดทำบัญชีและเสียภาษี

ด้วยฟังก์ชันและเครื่องมือเหล่านี้ PayPal Business Account จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับทั้งผู้ประกอบการรายย่อยและรายใหญ่ ทั้งในด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจออนไลน์

ข้อดีและข้อเสียของการใช้ PayPal สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

PayPal เป็นผู้ให้บริการระบบชำระเงินออนไลน์ที่ได้รับความนิยมสำหรับธุรกิจทุกขนาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจขนาดเล็กที่ต้องการขยายฐานลูกค้าสู่ตลาดออนไลน์ การใช้ PayPal มีข้อดีหลายประการ ได้แก่

  • ความสะดวกสบายในการใช้งาน ง่ายต่อการสมัคร และปรับแต่งฟีเจอร์ สามารถรับชำระเงินได้ทุกที่ทุกเวลา
  • การใช้ร่วมกับแพลตฟอร์มอื่นๆ ช่วยเพิ่มโอกาสขยายฐานลูกค้าและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
  • ลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยข้อมูลทางการเงิน การฉ้อโกง และความเสี่ยงทางกฎหมาย
  • PayPal API ช่วยลดต้นทุนการพัฒนาระบบรับชำระเงิน และเพิ่มช่องทางการรับชำระเงิน

ขณะที่ข้อเสียของการใช้ PayPal สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก ได้แก่

  • ค่าธรรมเนียมการใช้บริการที่ค่อนข้างสูงและยิบย่อย ทั้งค่าธรรมเนียมรับเงินและค่าธรรมเนียมการถอน
  • นโยบายและข้อกำหนดการใช้งานที่เข้มงวด มีความเสี่ยงที่จะถูกระงับบัญชีชั่วคราวหรือถาวร
  • ข้อจำกัดในการถอนเงิน ต้องรอพักเงินระยะหนึ่ง และใช้เวลาในการถอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร
  • มีข้อห้ามในการขายสินค้าหรือบริการบางประเภท และการคุ้มครองผู้ขายไม่ครอบคลุมสินค้าดิจิทัล

ดังนั้น ธุรกิจขนาดเล็กจำเป็นต้องชั่งน้ำหนักระหว่างข้อดีและข้อเสียของ PayPal เพื่อตัดสินใจว่าจะเป็นทางเลือกที่เหมาะสมหรือไม่ โดยพิจารณาจากลักษณะธุรกิจ งบประมาณ และความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป็นหลัก

อนาคตของ PayPal ในประเทศไทย : โอกาสและความท้าทาย

การเปิดให้บริการของ PayPal ในประเทศไทยถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามอง โอกาสที่สำคัญประการแรกคือการเข้าถึงตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่ามูลค่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 7 แสนล้านบาทภายในปี 2025 นอกจากนี้ พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซและระบบการชำระเงินออนไลน์เติบโตขึ้น

อีกประการหนึ่งคือความต้องการใช้บริการชำระเงินข้ามประเทศ เนื่องจากผู้บริโภคชาวไทยหันมาซื้อสินค้าจากต่างประเทศมากขึ้น ซึ่ง PayPal มีจุดแข็งในด้านนี้ ด้วยความที่เป็นแพลตฟอร์มที่รองรับสกุลเงินทั่วโลกและเป็นผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าต่างชาติ 

ในด้านความท้าทาย PayPal ต้องเผชิญ

  • ระบบการชำระเงินแบบดั้งเดิมที่ยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทย
  • การแข่งขันกับผู้ให้บริการรายอื่นๆ ทั้งธนาคารพาณิชย์และระบบชำระเงินผ่านมือถือ 
  • ข้อกำหนดและกฎระเบียบของประเทศที่เข้มงวดสำหรับธุรกิจทางการเงิน

โดยสรุปแล้ว อนาคตของ PayPal ในประเทศไทยนั้นมีทั้งโอกาสและความท้าทายรออยู่ หากอาศัยจุดแข็งด้านประสบการณ์ ฐานผู้ใช้งานจำนวนมาก และระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับการวางกลยุทธ์ที่เหมาะสมเพื่อดึงดูดลูกค้า PayPal ก็มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดประเทศไทย

รีวิว PayPal Thailand จากผู้ใช้งานจริง ฉบับ 2024

PayPal เข้ามาเปิดให้บริการในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในปี 2022 และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย มีการปรับนโยบายบางส่วนให้สอดคล้องกับข้อกำหนดและกฎหมายไทย เช่น การเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% ของค่าบริการและการตัดฟังก์ชันบางอย่างออกไป ส่งผลให้เกิดความไม่พอใจจากผู้ใช้งานจำนวนมาก

จุดแข็งของ PayPal ในประเทศไทย ได้แก่

  • แพลตฟอร์มรองรับการใช้งานได้หลากหลาย ทั้งเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และร้านค้าออนไลน์
  • มีนโยบายคุ้มครองผู้ซื้อและผู้ขาย เพื่อความปลอดภัยในการทำธุรกรรม
  • สะดวกในการชำระค่าสินค้า/บริการต่างๆ โดยไม่มีค่าธรรมเนียมการใช้งาน
  • การบริการลูกค้าที่รองรับภาษาไทย ช่วยแก้ปัญหาและตอบข้อสงสัยได้รวดเร็ว

ในขณะที่ข้อเสียหลักๆที่พบ คือ

  • ค่าธรรมเนียมในการรับชำระเงินและถอนเงินที่สูงกว่าคู่แข่งรายอื่น
  • การคิดภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% บวกเข้ากับค่าธรรมเนียมต่างๆ เพิ่มภาระให้ผู้ใช้งาน
  • มีการตัดฟังก์ชันบางอย่าง เช่น Friend and Family ที่ถูกมองว่าเป็นจุดแข็งออก
  • ผู้ใช้งานบางรายประสบปัญหาการระงับบัญชีโดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า

โดยรวมแล้ว ผู้ใช้งาน PayPal ในประเทศไทยมีความคิดเห็นในแง่ลบค่อนข้างมาก เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและการตัดฟังก์ชันที่คุ้นเคยออก ทำให้ส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจและโอกาสทำกำไร อย่างไรก็ตาม PayPal ก็ยังคงมีจุดเด่นในด้านความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัย ที่จำเป็นต้องคำนึงถึงในการเลือกใช้บริการ

PayPal Vs. Payoneer Vs. Skrill : แพลตฟอร์มไหนน่าใช้งานมากกว่า?

การเลือกใช้ระบบชำระเงินออนไลน์ที่เหมาะสมนับว่าเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบัน และต้องพิจารณาจากปัจจัยหลายอย่าง เช่น ความปลอดภัย ความสะดวกในการใช้งาน การบริการลูกค้า และค่าธรรมเนียมที่เหมาะสม หากดูจากมุมมองของผู้ใช้งานในประเทศไทย PayPal นับเป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมและมีข้อได้เปรียบในหลายๆ ด้าน เช่น

  • ระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดและได้รับการยอมรับในระดับสากล
  • มีฝ่ายบริการลูกค้าที่รองรับภาษาไทย ตอบสนองได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
  • มีแอปพลิเคชันบนมือถือ ช่วยให้สามารถจัดการบัญชีและทำธุรกรรมได้อย่างสะดวก
  • เป็นที่นิยมและคุ้นเคยสำหรับทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

ในขณะที่ Payoneer และ Skrill อาจมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น

  • ยังไม่เป็นที่นิยมเท่า PayPal ในบางประเทศ รวมถึงประเทศไทย
  • ข้อจำกัดในการเชื่อมต่อกับร้านค้าออนไลน์บางแพลตฟอร์ม
  • การบริการลูกค้าไม่รองรับภาษาไทย หรือการตอบสนองค่อนข้างช้า

แต่ก็มีจุดเด่นในด้านอื่นๆ เช่น จุดเด่นของ Payoneer คือค่าธรรมเนียมต่ำและมีบริการเสริมอย่างบัตรเดบิตสำหรับถอนเงินสด ส่วน Skrill เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีฐานลูกค้าระดับโลก เนื่องจากรองรับสกุลเงินถึง 40 สกุลและมีบริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลได้ 

การเลือกใช้ระบบชำระเงินออนไลน์ที่เหมาะสมจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการทำธุรกิจ และควรพิจารณาถึงความต้องการและข้อจำกัดของธุรกิจเป็นหลัก

แนวทางการจัดการเงินใน PayPal อย่างเป็นระบบ

การบริหารจัดการเงินใน PayPal อย่างเป็นระบบนั้นมีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยให้เราสามารถควบคุม ติดตาม และวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงลดความเสี่ยงทางการเงินจากข้อผิดพลาดหรือการใช้จ่ายเกินที่กำหนด แนวทางการจัดการเงินใน PayPal มีดังนี้

  • การแยกบัญชี PayPal ออกเป็นบัญชีส่วนตัวและบัญชีธุรกิจ เพื่อง่ายต่อการแยกแยะรายรับรายจ่าย และบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การตั้งค่าการแจ้งเตือนธุรกรรมผ่านอีเมล หรือโทรศัพท์ เพื่อให้ทราบการเคลื่อนไหวทางการเงิน
  • นำข้อมูลธุรกรรมจาก PayPal มาใส่ในโปรแกรมบัญชีหรือสเปรดชีต เพื่อวิเคราะห์และติดตามสถานะการเงินได้อย่างละเอียด
  • จัดกลุ่มและบันทึกรายรับรายจ่ายอย่างเป็นระบบ 
  • ตรวจสอบค่าธรรมเนียมธุรกรรมอย่างสม่ำเสมอ เพื่อประเมินต้นทุนและวางแผนจัดสรรค่าใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม
  • เชื่อมต่อบัญชีธนาคารและ Wallet เข้ากับบัญชี PayPal เพื่อควบคุมกระแสเงินสด และโอนเงินระหว่างบัญชีได้สะดวกขึ้น
  • รวบรวมข้อมูลการเงินไว้ที่เดียว ง่ายต่อการจัดการและวิเคราะห์

การนำแนวทางเหล่านี้ไปปรับใช้จะช่วยให้การบริหารจัดการเงินใน PayPal เป็นระบบและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถควบคุมการใช้จ่าย มีสภาพคล่องทางการเงินที่ดี และสามารถวางแผนทางการเงินได้อย่างครอบคลุม